
ปวดหัวไมเกรนหลังคลอด… ![]()
เป็นที่รู้กันว่า ช่วงหลังคลอดเป็นช่วงที่เครียดที่สุดของผู้หญิง ทั้งนอนน้อย แถมเจ้าฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เคยสูงช่วงมีครรภ์ ก็ดันต่ำลงรวดเร็ว
จึงไม่แปลกที่จะมีอาการปวดหัวไมเกรน เกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ แต่เราจะเลือกยาไมเกรนอย่างไรล่ะ
ขั้นแรก ถ้าอาการปวดหัวดูแปลกๆ เช่น ปวดเฉียบพลันทันที ปวดหัวตั้งแต่ขณะนอนโรงพยาบาล ปวดหัวสัมพันธ์ท่านั่งหรือท่านอน ปวดหัวจนต้องตื่นมากลางคืน อาเจียนพุ่ง มองภาพไม่ชัด คุณแม่ควรจะรีบปรึกษาอายุรแพทย์ด้านระบบประสาท เพราะว่าอาจเป็นสาเหตุจากโรคในสมองเช่น หลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ความดันในสมองต่ำ ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งเป็นโรคปวดหัวที่มีโอกาสเกิดเพิ่มขึ้นภายหลังคลอด
ขั้นต่อมา ถ้าอาการปวดหัวก็ปวดแบบที่เคยเป็นไมเกรนนี่แหละ แต่จะหยิบยาที่เคยกิน ก็กลัวอันตรายต่อลูก ก็เลยยิ่งเครียด ปวดหัวไมเกรนขึ้นไปอีก หมอมีคำแนะนำมาให้คุณค่ะ
ยาแก้ปวดเฉียบพลันที่ปลอดภัยที่สุด…ก็คือ พาราเซตามอล แต่ถ้าคุณแม่ปวดมาก เคยกินพาราแล้วไม่ดีขึ้น ตัวถัดมา NSAID ที่ดี คือ ibuprofen(400mg) 1 เม็ด เนื่องจากเป็น NSAID ที่ขับในน้ำนมน้อยที่สุดค่ะ ส่วน Aspirin เป็น NSAID ที่ห้ามใช้เพราะเพิ่มโอกาสเกิด Reye’s syndrome (โรคตับและสมองอักเสบหลังการติดเชื้อไวรัส) ในทารก
กลุ่มยา Triptan ซึ่งชาวไมเกรนมักชอบใช้สำหรับปวดเฉียบพลัน เช่น eletriptan (relpax(40mg)1 เม็ด) และ sumatriptan (imigran(50mg)1เม็ด) ข่าวดี คือ ใช้ได้ค่ะ
โดย eletriptan พบว่า ไม่พบผลข้างเคียงต่อทารกที่กินนมแม่ที่ได้รับยาตัวนี้ และยาขับในน้ำนม 0.02% ที่ 24 ชั่วโมง ส่วน sumatriptan ก็ไม่พบผลข้างเคียงต่อทารกที่กินนมแม่ เช่นกัน อีกวิธีที่ลดปริมาณยาสู่ลูก ก็คือ ให้ลูกกินนมสต็อกไปก่อน แล้วคุณแม่ปั๊มทิ้งนมหลังกินยาแก้ปวดไมเกรนค่ะ
ส่วนยาแก้ปวดหัว พวก cafergot ซึ่งเป็นยาที่เราใช้กันบ่อยๆ เช่น tofago, cafergot, ergot พวกนี้ ห้ามใช้ เนื่องจากขับในน้ำนมได้นะคะ นอกจากนี้ยาทำให้เด็กมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย ได้นะคะ
