
ชาวไมเกรน มีใครติดกาแฟบ้าง ยกมือขึ้น![]()
กาแฟ มีฤทธิ์เพิ่มความสดชื่น ช่วยให้หัวโล่งขึ้น คิดอะไรก็ออก และ มีฤทธิ์ในการลดปวดหัว ยารักษาปวดหัวไมเกรน หลายๆตัว เช่น ExcedrinTM, CafergotR ก็มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เนื่องจากขณะที่ปวดหัวไมเกรน จะมีสารเคมี ชื่อ adenosine หลั่งออกมา ซึ่งคาเฟอีน จะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของ adenosine ทำให้เราปวดหัวลดลง
อย่างไรก็ดีเมื่อกินคาเฟอีนไปนานๆ จะทำให้ร่างกายมีอาการติดคาเฟอีน เมื่อขาดกาแฟ ก็เกิดอาการปวดหัวได้ จากการที่เกิดหลอดเลือดในสมองที่ปกติหดตัวจากฤทธิ์คาเฟอีน เกิดขยายตัวกระทันหันจากการหยุดกาแฟ คอกาแฟส่วนหนึ่งก็ดื่มกาแฟทุกวัน เพื่อหลีกเลี่ยงอาการปวดหัวนี้
โดยทั่วไปปริมาณคาเฟอีนต่อวันที่เกิน 100 มก/วัน กินทุกวัน 7 วันขึ้นไป จะทำให้ติดคาเฟอีนได้ ( กาแฟเอสเปรสโซ 1 ช็อต หรือ กาแฟลาเต้ 1 แก้ว จะมีคาเฟอีน 75 มก เครื่องดื่มไดเอท โค้ก มีคาเฟอีน 46 มกต่อกระป๋อง และเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น red bull มีคาเฟอีน 80 มก ต่อกระป๋อง 8 ออนซ์ )ผู้ป่วยไมเกรนที่ดื่มกาแฟเกิน 100 มก/วัน ทุกวัน จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคไมเกรนเรื้อรัง 3 เท่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มคาเฟอีนเลย
นอกจากนี้การกินคาเฟอีน มากเกิน 200 มก ต่อวัน อาจเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนก็ได้ค่ะ โดยอาจกระตุ้นไมเกรนจากสาเหตุต่างๆ ต่อไปนี้
คาเฟอีน ทำให้ปัสสาวะบ่อย และสูญเสียแมกนีเซียม ร่วมกับขาดน้ำซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนได้ค่ะ
การใช้คาเฟอีนทุกวันทำงาน และหยุดคาเฟอีน เสาร์อาทิตย์ จะทำให้ปวดหัวจากการขาดกาแฟค่ะ วิธีแก้ก็คือ พยายามดื่มคาเฟอีน ปริมาณเท่าๆเดิม ในเวลาเดิม ทุกวันค่ะ
การค่อยๆเลิก กาแฟ หรือ คาเฟอีน ภายในช่วงเวลาหลายๆ เดือน ก็ช่วยให้ปวดไมเกรนดีขึ้นได้ค่ะ ทั้งนี้มีงานวิจัยว่า การเลิกกาแฟ ทำให้ความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรนใน HIT-6 score ดีขึ้น และทำให้อาการปวดหัวไมเกรนตอบสนองต่อยารักษาไมเกรนมากขึ้นค่ะ
