Cafergot หรือ ยากลุ่ม ergot alkaloid เป็นยาแก้ปวดหัวไมเกรน ที่หาได้ในร้านขายยาในเมืองไทย มีชื่อยี่ห้อหลากหลาย เช่น Cafergot®, Avamigran® Tofago® หรือ Poligot-CF® ซึ่งประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ คือ ergotamine tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัม ผสมอยู่กับ caffeine 100 มิลลิกร้ม

การใช้ยา ergotamine สำหรับรักษาโรคปวดศีรษะไมเกรนจะต้องใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการปวดเท่านั้น ห้ามใช้ติดต่อกันทุกวันเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนเด็ดขาด ขนาดการรับประทานยาที่เหมาะสม คือ รับประทานเมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรนในครั้งแรก 1 หรือ 2 เม็ด และกินหลังจากนั้น ถ้าอาการปวดยังไม่ดีขึ้นใน 30 นาที ได้อีก 1 เม็ด

Ergotamine ออกฤทธิ์ในการรักษาอาการปวดศีรษะโดยการกระตุ้นตัวรับของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (serotonin) ชนิด 1B และ 1D (5-HT1B และ 5-HT1D) ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดที่ขยายตัวผิดปกติเกิดการหดตัวลงและทำให้อาการปวดศีรษะหายไปในที่สุด เมื่อกินร่วมกับคาเฟอีน จะทำงานร่วมกันในการทำให้หลอดเลือดในสมองหดตัว และ คาเฟอีน ช่วยในการดูดซึมยา ergotamine

การรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันหลายวัน จะส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดในสมองแตก หลอดเลือดตีบ นิ้วดำ หรือ หัวใจวายได้ นอกจากนี้จะทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างรุนแรง (rebound headache )เมื่อหยุดยา จากการขยายตัวของหลอดเลือดทันทีได้ ดังนั้นผู้ที่ไม่ควรกินยา ergotamine ได้แก่

– ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ergotamine หรือสารที่เป็นอนุพันธ์ของ ergot alkaloid

– ผู้ป่วยที่มีประวัติหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (peripheral arterial disease)

– ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องในการทำงานของตับ และไต

– ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (angina)

– ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้

– ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis)

– ผู้หญิงตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส)

นอกจากนี้ยา ergotamine มีปฏิกริยากับยาหลายชนิด เนื่องจากยา ergotamine ถูกทำลายโดยใช้เอนไซม์ที่มีชื่อว่า Cytochrome P450 ชนิด 3A4 (CYP 3A4) ดังนั้นอาจต้องระมัดระวังในการรับประทานร่วมกับยาที่มีผลยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว เช่น azithromycin, clarithromycin (ยากลุ่มฆ่าเชื้อแบคทีเรีย), ketoconazole (ยาฆ่าเชื้อรา), ritonavir (ยาฆ่าไวรัส) ยากดภูมิในผู้ป่วยเปลี่ยนอวัยวะ หรือยา verapamil (ยาลดความดันโลหิต) เป็นต้น เนื่องจากการรับประทานยาร่วมกันจะส่งผลทำให้ระดับยา ergotamine ในกระแสเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียง หรือความเป็นพิษจากยาเพิ่มขึ้นได้

เมนู