ผู้ป่วยไมเกรน ควรเลือกใช้ยาคุมกำเนิดแบบใด

ยาคุมกำเนิดที่มี estrogen เป็นส่วนประกอบสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้ เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนมีผลต่อการสร้างโปรตีนที่เพิ่มการแข็งตัวของลิ่มเลือด โดยทั่วไป การเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบนั้นเกิดน้อยมาก เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการคุมกำเนิด โดยจากการศึกษาวิจัย ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น มีประมาณ 1.1 เท่าเมื่อเทียบกับประชากรปกติ ต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัม

ผู้ป่วยไมเกรน สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แบบที่มี Aura (เห็นภาพสีขาวแว๊บๆ อาจมีขอบเส้นสีรุ้ง เส้นหยึกหยัก นำมาก่อน หรือร่วมกับการเกิดปวดหัวไมเกรน ในบางรายอาจเป็น aura แบบอื่น เช่น sensory คือ มีอาการชารอบปากและปลายนิ้ว แทนการเห็นภาพผิดปกติ)กับแบบที่ไม่มี aura โดยผู้ป่วยไมเกรน แบบมี aura จะมีความเสี่ยงต่อการหลอดเลือดสมองตีบเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ

ดังนั้น องค์การอนามัยโลก WHO จึงมีคำแนะนำพิเศษว่าผู้ป่วยไมเกรนแบบชนิดที่มี Aura ควรจะใช้ยาคุมกำเนิดประเภทที่ประกอบด้วยฮอร์โมน progestin เท่านั้น หรือใช้การใส่ห่วงอนามัย ใส่ถุงยางอนามัย แทนการใช้ยาคุมกำเนิดแบบมี estrogen เป็นองค์ประกอบ (combination oral contraceptives; COCs)

ในประเทศไทย ยาคุมกำเนิดชนิดกินส่วนใหญ่ที่ขาย มักเป็นแบบ Combination oral contraceptives คือ มีทั้งฮอร์โมนเอสโตรเจน และ โปรเจสติน เช่น Yaz, yasmin, diane เนื่องจาก ประสิทธิภาพในการป้องกันตั้งครรภ์ที่สูงกว่า และผลข้างเคียง เรื่องเลือดออกกระปริบกระปรอย ที่ต่ำกว่า ส่วนยาคุมกำเนิดชนิดมีฮอร์โมน progestin เท่านั้นในประเทศไทย ยี่ห้อที่มีขาย เช่น Cerazette, Exluton เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปคือ ถ้าผู้อ่านเป็นไมเกรน โดยเฉพาะไมเกรนแบบชนิดที่มี aura หรือ มีปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง เช่น สูบบุหรี่ อายุ 35 ปี ขึ้นไป เป็นต้น แนะนำปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยาคุมกำเนิดค่ะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

เอกสารอ้างอิง

Gianni Allais; Ilaria Castagnoli Gabellari; Cristina De Lorenzo; Ornella Mana; Chiara Benedetto
Expert Rev Neurother. 2009;9(3):381-393.

เมนู